Copyright 2021 - งานวิจัย โรงพยาบาลลำพูน

การพัฒนากระบวนการจำหน่ายผู้ป่วยในหอผู้ป่วยพิเศษ โรงพยาบาลลำพูน

ความเป็นมาและความสำคัญของเนื้อหา :การจำหน่ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลถือเป็นการบริการในขั้นตอนสุดท้ายที่ให้แก่ผู้รับบริการก่อนกลับบ้าน หรือก่อนการส่งต่อผู้ป่วยไปรับการรักษาในสถานพยาบาลอื่น ซึ่งมีขั้นตอนดำเนินการอยู่หลายขั้นตอน โดย ความคาดหวังของผู้รับบริการในการจำหน่ายออกจากโรงพยาบาลที่สำคัญ คือ รวดเร็ว และขั้นตอนการปฏิบัติต้องไม่มีความยุ่งยากซับซ้อน ผลของการจำหน่ายที่รวดเร็ว คือ การบริการที่เกิดความประทับใจ รับผู้ป่วยใหม่ได้เร็วและเพิ่มรายได้ให้แก่โรงพยาบาล เครื่องมือที่ช่วยปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีความรวดเร็วและ คงไว้ซึ่งคุณภาพการ ทำงานก็ คือ แนวคิดลีน

วัตถุประสงค์ :เพื่อพัฒนากระบวนการจำหน่ายผู้ป่วยในหอผู้ป่วยพิเศษ โรงพยาบาลลำพูน โดยใช้แนวคิดลีน

ขั้นตอนการดำเนินงาน :

ระยะก่อนการพัฒนา

  1. เชิญบุคคลากรที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับกระบวนการจำหน่ายผู้ป่วยของหอผู้ป่วยพิเศษเข้ามารับฟัง วัตถุประสงค์ของการศึกษาและให้ความรู้เกี่ยวกับแนวคิดลีน รวมทั้งให้ข้อมูลในเรื่องการจำหน่ายผู้ป่วยในมุมมองของผู้รับบริการที่ได้รวบรวมมา เพื่อให้ทุกคนเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นในการจำหน่ายผู้ป่วย
  2. ร่วมระดมสมองกับบุคลากรพยาบาล เพื่อจัดทำแผนภูมิการไหลของกระบวนการการจำหน่ายผู้ป่วยพิเศษในปัจจุบัน ได้กระบวนการจำหน่ายผู้ป่วยที่เป็น 4 กระบวนการหลัก และ 20 กิจกรรมย่อย
  3. นำแผนภูมิการจำหน่ายผู้ป่วยในปัจจุบันตาม ที่บุคคลากรพยาบาลร่วมกันเขียนขึ้น มาจัดทำเป็นแบบฟอร์มการเก็บข้อมูลเวลาที่ใช้ในแต่ละกิจกรรมย่อยของการจำหน่ายผู้ป่วยและได้จัดทำเครื่องมือทั้งหมดที่ใช้ในการศึกษา
  4. ผู้ศึกษาและผู้ช่วยศึกษาเริ่มเก็บข้อมูลโดยทำการจับเวลาในแต่ละกิจกรรมการจำหน่ายผู้ป่วย โดยให้บุคคลากรทางการพยาบาลปฏิบัติกิจกรรมการจำหน่ายผู้ป่วยตามปกติให้มากที่สุด กิจกรรมละ 10 ครั้งและนำมาคำนวณหาขนาดตัวอย่าง
  5. ผู้ศึกษาและผู้ช่วยศึกษาเก็บข้อมูลเวลาในแต่ละกิจกรรมจนครบตามขนาดตัวอย่างที่ต้องการ จากนั้นนำข้อมูลทั้งหมดมาคำนวณหาค่ามาตรฐานของแต่ละกิจกรรม

ระยะการพัฒนา

  1. ผู้ศึกษาเชิญบุคลากรพยาบาลทุกคนมาประชุมร่วมกันแล้วนำข้อมูลแต่ละกิจกรรมย่อยของการจำหน่ายผู้ป่วยในแผนภูมิการจำหน่ายในปัจจุบันที่ได้ก่อนการพัฒนา มาให้บุคคลากรพยาบาลร่วมกันวิเคราะห์และค้นหาความสูญเปล่า แล้วร่วมกันระบุคุณค่าของแต่ละกิจกรรม ลงในชุดเครื่องมือ
  2. ร่วมกันเขียนแผนภูมิการจำหน่ายผู้ป่วยในอนาคต ซึ่งเป็นรูปแบบกระบวนการใหม่ของการจำหน่ายผู้ป่วยที่ร่วมกันพัฒนาขึ้น
  3. ผู้ศึกษาจัดทำรูปแบบกระบวนการการจำหน่ายผู้ป่วยที่ได้จากการประชุมกลุ่มขึ้นเพื่อใช้ในการปฏิบัติงานและให้ได้กระบวนการการจำหน่ายผู้ป่วยที่สามารถปฏิบัติได้จริง

ระยะหลังการพัฒนา

  1. ผู้ศึกษาและผู้ช่วยศึกษาทำการจับเวลาจริงในแต่ละกิจกรรมการจำหน่ายผู้ป่วยด้วยตนเองอีกครั้ง ภายหลังจากได้ทดลองใช้รูปแบบใหม่ของกระบวนการการจำหน่ายผู้ป่วยไปแล้ว 1 สัปดาห์ โดยทำเช่นเดียวกับระยะก่อนการพัฒนา
  2. ผู้ศึกษานำข้อมูลเวลาที่ได้ในแต่ละกิจกรรมย่อยมาคำนวณหาเวลามาตรฐานแล้วนำมารวมกันเป็นเวลามาตรฐานของการจำหน่ายผู้ป่วยในระยะหลังการพัฒนา เพื่อเปรียบเทียบกับเวลามาตรฐานที่ได้ก่อนการพัฒนา
  3. จัดทำแผนภูมิการไหลในกระบวนการการจำหน่ายผู้ป่วยหลังการพัฒนาอีกครั้งภายหลังจากได้แนวทางใหม่ของกระบวนการการจำหน่ายผู้ป่วยที่ร่วมกันพัฒนาขึ้น
  4. ประชุมกลุ่มเพื่อให้ทีมบุคลากรพยาบาลระดมสมองค้นหาปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น จากการพัฒนากระบวนการการจำหน่ายผู้ป่วยโดยการประยุกต์แนวคิดลีน
  5. ผู้ศึกษานำข้อมูลปัญหาและอุปสรรคที่ได้มาวิเคราะห์เนื้อหา และจัดกลุ่มเนื้อหาการวิเคราะห์ข้อมูล

ผลการศึกษา :

- ส่วนที่ 1 กระบวนการการจำหน่ายผู้ป่วยโดยประยุกต์แนวคิดลีนในหอผู้ป่วยพิเศษ โรงพยาบาลลำพูน พบว่า ก่อนการพัฒนากระบวนการจำหน่ายผู้ป่วย มี 4 กระบวนการหลัก 20 กิจกรรมย่อย หลังการพัฒนากระบวนการจำหน่ายผู้ป่วย มี 4 กระบวนการหลัก 15 กิจกรรมย่อย ลดลงจากเดิม 5 กิจกรรมย่อย

- ส่วนที่ 2 เปรียบเทียบเวลาในกระบวนการการจำหน่ายผู้ป่วยในหอผู้ป่วยพิเศษ โรงพยาบาลลำพูนก่อนและหลังการพัฒนาโดยใช้แนวคิดลีน พบว่า

ปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนากระบวนการจำหน่าย :จากการสัมภาษณ์พบว่า สาเหตุที่ทำให้กระบวนการจำหน่ายไม่ลื่นไหลเกิดจาก

2.1 ความล่าช้าในการดำเนินการขั้นตอนตรวจเช็คข้อมูลค่ารักษาพยาบาลของผู้ป่วยที่ศูนย์จำหน่ายผู้ป่วย เนื่องจากมีศูนย์จำหน่ายเพียงจุดเดียวในโรงพยาบาลและมีเจ้าหน้าปฏิบัติงานเพียง 3 คน จึงมีข้อเสนอแนะว่า ควรเพิ่มบุคคลากรในจุดนี้ให้เพียงพอกับจำนวนการจำหน่ายผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นในแต่ละหน่วยงาน

2.2 ความล่าช้าจากการรอเจ้าหน้าที่เปลมารับผู้ป่วยเนื่องจากเจ้าหน้าที่เปลไม่เพียงพอจึงมีข้อเสนอแนะว่า ควรเพิ่มบุคลากรในหน่วยงานให้เพียงพอ หรือเพิ่มจำนวนของ รถเข็นผู้ป่วยให้มากขึ้นเพื่อให้ญาติสามารถเข็นผู้ป่วยกลับบ้านเองได้โดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่เปล

2.3 ในกรณีผู้ป่วยที่ต้องทำกายภาพบำบัดที่บ้าน จะเกิดความล่าช้าจากการรอให้เจ้าหน้าที่กายภาพบำบัดทำการสอนผู้ป่วยก่อนกลับบ้าน จึงมีข้อเสนอแนะว่า พยาบาลควรมีการวางแผนการจำหน่ายผู้ป่วยร่วมกับนักกายภาพบัดเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนผู้ป่วยกลับบ้าน

ระบบสืบค้นงานวิจัยทางการแพทย์

การพัฒนางานประจำสู่การวิจัย (R2R)

เสริมพลัง สร้างคุณภาพ สู่สุขภาวะ